Home / Blog / Direct Marketing – อาวุธหนักของธุรกิจขนาดเล็ก
Direct Marketing

Direct Marketing – อาวุธหนักของธุรกิจขนาดเล็ก

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าธุรกิจขนาดเล็กและ Startups มีข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ เมื่อเทียบกับธุรกิจยักษ์ใหญ่ หรือแม้แต่ธุรกิจขนาดกลางบางชนิด แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เราจะทำการตลาดได้ด้อยกว่าธุรกิจที่มีเงินทุนมากกว่าเรานะครับ

วันนี้ผมจะมาแบ่งปันประสบการณ์ที่ผมได้จากการทดลองใช้ Direct Marketing ในตลาดบ้านเราตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา

Direct Marketing คืออะไร? ทำไมถึงควรให้ความสำคัญ?

สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ Direct Marketing 101  (http://ohmpiangmarketing.com/direct-marketing-thailand/)

แคมเปญ Direct Marketing ที่มีการวางแผนมาอย่างดีนั้น จะนำพาคุณไปเจอลูกค้าในอุดมคติได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นคุณควรต้องเข้าใจหลักการและข้อได้เปรียบของ Direct Marketing หากคาดหวังผลลัพธ์สูงสุดจากการทำการตลาด

บทความนี้ผมจะแบ่งปันให้คุณเข้าใจข้อได้เปรียบของ Direct Marketing จากประสบการณ์ที่ได้ทำงานร่วมกับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผมขอสรุปออกมา 6 ข้อหลักๆนะครับ

1.  พลังในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าที่ใช่สำหรับเรา

การใช้ Direct Marketing จะช่วยให้คุณพุ่งเป้าไปยังกลุ่มลูกค้าที่คุณต้องการด้วยข้อความที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ซึ่งแน่นอนคุณต้องใช้เวลาในการวิจัยตลาดและค้นหาลูกค้าในอุดมคติ (ลูกค้าที่ต้องการสินค้าหรือบริการของคุณจริงๆ) เมื่อพบแล้วคุณจะได้โฟกัสพลังและทรัพยากรทางการตลาดทั้งหมดที่มีอยู่ในมือไปยังที่ๆคุณจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจที่สุด

ง่ายๆคือ ทำการตลาดถูกที่ ถูกเวลา กับลูกค้าถูกคน ด้วยสินค้าที่ถูกใจ

แคมเปญ Direct Marketing ที่พุ่งเป้าไปยังกลุ่มเป้าหมายในอุดมคติจะช่วยให้คุณเห็นภาพอย่างชัดเจนว่าลูกค้าตอบสนองต่อข้อเสนอขายสินค้าและบริการของคุณอย่างไร เพราะคุณจะได้รับผลตอบรับจากลูกค้าแทบจะทันที

2.  ทำการตลาดแบบหวังผลสูง ด้วยต้นทุนจำกัด

แคมเปญ Direct Marketing ที่พุ่งเป้าไปยังลูกค้ากลุ่มที่ถูกต้องสามารถช่วยให้คุณตั้งเป้ายอดขายได้ตามความเป็นจริง และเพิ่มผลลัพธ์ทางการขายในขณะที่มีงบประมาณทางการตลาดที่จำกัด

ธุรกิจขนาดเล็กทุกชนิดสามารถเติบโตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยการใช้กลยุทธ์ Direct Marketing ภายใต้ต้นทุนทางการตลาดเพียงเสี้ยวหนึ่งของสิ่งที่ต้องจ่ายในการลงโฆษณาทั่วไป

ความใส่ใจต่อรายละเอียดของการทำการตลาดสำคัญมากๆ ถ้าคุณต้องการผลลัพธ์ที่น่าตื่นเต้น

3. เพิ่มยอดขายจากลูกค้าปัจจุบัน และลูกค้าเก่า

งานวิจัยพบว่า ลูกค้าเกือบ 90% รู้สึกยินดีที่ได้ยินข่าว หรือได้รับข้อความจากพ่อค้าแม่ค้าที่คุ้นเคย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อค้าแม่ค้าที่พยายามเข้าใจความต้องการของพวกเขา และสร้างความสัมพันธ์อย่างจริงใจ

คุณสามารถใช้ข้อได้เปรียบนี้เพื่อเพิ่มยอดขายได้เพราะอย่าลืมว่าคุณรู้จักลูกค้าดีพอ คุณมีข้อมูลของลูกค้า คุณพร้อมที่จะเลือกกลยุทธ์โปรโมชั่นที่เรียบง่ายแต่มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี

คุณสามารถใช้กลยุทธ์ Direct Marketing เพื่อเชื่อมต่อกับลูกค้าที่ห่างเหินจากคุณไปนานเช่นกัน การเข้าหาลูกค้าเก่าเป็นโอกาสที่คุณจะเพิ่มยอดขาย อัพเดทข้อมูลลูกค้า และเข้าใจเหตุผลว่าทำไมลูกค้าถึงไม่ใช้บริการคุณต่อ

4. มีลูกค้าที่จงรักภักดีมากขึ้น

Direct Marketing ช่วยให้คุณสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้โดยตรง นั่นแปลว่าคุณสามารถคิดโปรโมชั่น และข้อเสนอที่โดนใจลูกค้า ชนิดที่ว่าลูกค้าจะรักและผูกพันกับธุรกิจของคุณไปอีกนาน

หลายธุรกิจประยุกต์ใช้ Direct Marketing กับกลยุทธ์มัดใจลูกค้าเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว เช่น การส่งการ์ดอวยพรวันเกิด, โปรโมชั่นลดราคาพิเศษ, แจ้งข่าวลดราคาล่วงหน้า

แต่อย่าลืมว่า สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อคุณรู้จักลูกค้าของคุณเป็นอย่างดี

5. สร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ

เมื่อคุณใช้ Direct Marketing คุณจะสามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการโดยตรงได้ และโอกาสนี้จะช่วยให้คุณมียอดขายที่มากขึ้นที่มาคู่กับอัตราการขายที่สำเร็จมากขึ้น เมื่อเทียบกับการลงโฆษณาแบบหว่านลงไปในตลาด

Direct Marketing จะช่วยให้คุณปรับตัว และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญกลยุทธ์นี้จะช่วยให้คุณเข้าใจธุรกิจของตัวเองอย่างถ่องแท้

คุณสามารถคาดหวังผลลัพธ์ทางการขายที่น่าพึงพอใจ พร้อมกับสร้างยอดทันทีได้จากการใช้ Direct Marketing

ผมขอยกตัวอย่างเพิ่มเติมของการใช้ Direct Marketing ในการทำงาน:

  • เพิ่มยอดขายให้สินค้าบางชนิด
  • เคลียร์สินค้าค้าง Stock
  • พยากรณ์ยอดขายได้อย่างแม่นยำ
  • เพิ่มการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า
  • Follow Up โดยตรงผ่านโปรโมชั่น

การมีลูกค้ายอมบอกต่อแบบปากต่อปากเป็นผลลัพธ์ทางการตลาดที่ทรงพลัง ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่หวังผลลัพธ์สูงสุด คุณต้องการผลลัพธ์แบบนี้ และผมสามารถบอกได้เลยว่าการใช้ Direct Marketing อย่างถูกที่ถูกทางจะสร้างความประทับใจให้ลูกค้าต่อธุรกิจของคุณ ชนิดที่ว่าพวกเขาจะรู้สึกเท่ห์ถ้าได้แชร์หรือบอกต่อเรื่องราวของธุรกิจคุณให้เพื่อนและคนรอบตัวเขาได้รับรู้

6. การทดสอบสินค้า และวัดศักยภาพทางการขาย

ใช่ครับ ขงจื้อกล่าวว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” อันนี้จริงแท้แน่นอน แต่ประเด็นคือ ถ้าคุณยังไม่รู้จักตัวเอง ยังไม่รู้จักธุรกิจของตัวเองดีพอ อย่าเพิ่งออกไปสู้เลยครับ ตอนจบไม่น่าจะงดงามเท่าไหร่แน่นอน

การที่คุณได้รับโอกาสในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในอุดมคติโดยตรง แปลว่าคุณจะได้รับ FEEDBACK อย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน ข้อได้เปรียบนี้ทำให้ Direct Marketing เป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุดในการเรียกน้ำย่อยของตลาดและทดลองสินค้าหรือบริการใหม่ๆ

คุณใช้ Direct Marketing ในการเล่นกับตลาดได้สารพัดรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทดสอบตลาดใหม่, ประเมินผลลัพธ์ทางการขาย, วัดประสิทธิภาพทางการขายและเทคนิคการโฆษณา, และที่สำคัญปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และเพิ่มพลังให้กับแคมเปญทางการตลาดของคุณ

ทุกครั้งที่คุณเริ่มต้นแคมเปญ Direct Marketing คุณต้องโฟกัสไปที่ผลลัพธ์และการได้มาของผลลัพธ์ เพื่อใช้ข้อมูลทั้งหมดในเพิ่มโอกาสความสำเร็จสำหรับแคมเปญหน้า

ยกตัวอย่างแคมเปญง่ายๆ

คุณกำลังจะมีสินค้าใหม่เข้ามา แต่คุณยังมีสินค้าเก่าเหลือใน Stock ที่คุณต้องการเคลียร์ให้หมด คุณจึงตัดสินใจเริ่มต้นแคมเปญ Direct Marketing ด้วยการส่งแคตาล็อกให้ลูกค้าที่มีอยู่ในมือจำนวน 100 คน โดยแนบคูปองส่วนลดเข้าไปที่หน้าสุดท้าย

ผลปรากฏว่า มีลูกค้าจำนวน 20 คนติดต่อเข้ามาพร้อมคุปองส่วนลด นั่นแปลว่าแคมเปญนี้มีอัตราการตอบรับอยู่ที่ 20%

คุณนำตัวเลขที่ได้นี้ไปคิดต้นทุนของการสร้างแคตาล็อกและจัดส่ง รวมไปถึงกำไรที่คุณได้จากลูกค้าแต่ละคน

เท่านี้คุณก็สามารถประเมินค่าความสำเร็จของแคมเปญ Direct Marketing เล็กๆนี้ได้แล้ว

ถ้าใครสนใจเรียนรู้เพิ่มเติม วันที่ 23 มกราคม 2016 ที่จะถึงนี้ ผมได้รับเชิญไปพูดในงาน "The Business Roadmap 2016 - สร้างพิมพ์เขียวที่ใช่ สู่ความสำเร็จปี 2016"

สิ่งที่ผมจะแบ่งปันคือ วิธีการที่ผมใช้กลยุทธ์ Direct Marketing เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจขนาดเล็กถึง 300% ในเวลา  2 สัปดาห์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ - The Business Roadmap 2016 

Business_Roadmap_2016

ปล. สำหรับท่านที่ซื้อที่นั่ง VIP เราจะได้เจอกันอีกครั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2016 นะครับ ผมจะแบ่งปันเรื่อง Digital Content Strategy (กลยุทธ์เพิ่มยอดขายด้วย Content) รับรองว่าไม่เหมือนที่ไหน เพราะผมแบ่งปันจากประสบการณ์ในสนามจริง 🙂

แล้วพบกันบทความหน้า,

OPM

Comments

comments

Check Also

วิธีเพิ่มยอด "SHARE" บน Facebook

14 วิธีเพิ่มยอด “SHARE” บน Facebook ที่ใครๆก็ทำได้

Facebook Line Twitter Google+ Pinterest StumbleUpon14 วิธีเพิ่มยอด “SHARE” บน Facebook ที่ใครๆก็ทำได้ . ผมยอมรับตรงนี้เลยว่า ผมไม่ใช่แฟนพันธ์แท้ของยอดกด “Like” …

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *